ทำไมพนักงานออฟฟิศควรเปลี่ยนมาใช้เก้าอี้เพื่อสุขภาพก่อนปวดหลังเรื้อรัง
ในยุคที่การทำงานส่วนใหญ่ต้องอยู่หน้าคอมพิวเตอร์วันละหลายชั่วโมง “การนั่ง” กลายเป็นพฤติกรรมประจำวันของคนทำงานแทบทุกอาชีพ และแม้จะดูเหมือนไม่ได้ใช้แรง แต่การนั่งในท่าที่ไม่ถูกต้องเป็นเวลานานกลับส่งผลต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด อาการปวดหลังเรื้อรัง ปวดคอ และไหล่เกร็ง คือสัญญาณเตือนของร่างกายว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยน และหนึ่งในทางออกที่ได้รับการพิสูจน์แล้วคือการใช้ “เก้าอี้เพื่อสุขภาพ” ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระและลดแรงกดทับระหว่างนั่งทำงาน เมื่อเก้าอี้กลายเป็นตัวการของอาการปวดหลัง คนทำงานออฟฟิศจำนวนมากมักไม่รู้ตัวว่าอาการปวดหลังหรือปวดคอของตัวเองเกิดจาก “เก้าอี้ที่นั่งอยู่ทุกวัน” เพราะเก้าอี้ทั่วไปในสำนักงานมักถูกเลือกจากดีไซน์หรือราคา มากกว่าความเหมาะสมกับสรีระของผู้ใช้ การนั่งเก้าอี้ที่ไม่มีพนักพิงโค้งรับหลังส่วนล่าง จะทำให้กล้ามเนื้อหลังต้องทำงานหนักเพื่อพยุงตัว เมื่อเวลาผ่านไปจะเกิดอาการปวดเมื่อยสะสม กล้ามเนื้ออ่อนแรง และแนวกระดูกสันหลังค่อย ๆ เบี้ยวโดยไม่รู้ตัว ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะหมอนรองกระดูกเคลื่อนในที่สุด นอกจากนี้ ท่านั่งที่ก้มมองจอคอมพิวเตอร์นานเกินไปยังส่งผลให้กล้ามเนื้อคอและบ่าเกร็งตัวตลอดเวลา การใช้เก้าอี้เพื่อสุขภาพที่สามารถปรับพนักพิงและความสูงให้เข้ากับสรีระ จึงเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแทนการพึ่งยาแก้ปวดหรือการนวดบ่อย ๆ หลักการทำงานของเก้าอี้เพื่อสุขภาพ เก้าอี้เพื่อสุขภาพถูกออกแบบโดยอิงหลัก “Ergonomics” หรือวิทยาศาสตร์แห่งการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับร่างกายมนุษย์ จุดเด่นอยู่ที่การกระจายน้ำหนักของร่างกายอย่างสมดุล และช่วยให้แนวกระดูกสันหลังอยู่ในท่าตรงขณะนั่ง เมื่อทุกส่วนทำงานร่วมกัน เก้าอี้เพื่อสุขภาพจึงช่วยให้การนั่งกลายเป็น “ท่าทางที่สมดุล” ไม่บิดหรือเอนเอียงจนเกิดแรงกดสะสม…
Read More
